Wednesday, August 5, 2015

ตอนที่9 :ไต้หวันกับจักรยาน



จักรยานกับไต้หวัน
หลังจากที่ผมได้ย้ายตัวเองและเสื่อผืนหมอนใบเข้าสู่หอพักของมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ รวมถึงเริ่มปรับตัวและคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมโดยรอบของมหาวิทยาลัยแล้วนั้น ผมได้เห็นว่าประเทศนี้มีการใช้จักรยานกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งผมได้ทราบมาจากเพื่อนชาวไต้หวันทีหลังว่าอัตราการใช้รถจักรยานยนต์และจักรยานในประเทศนี้แทบจะเป็นรถยนต์1คันต่อ มอเตอร์ไซค์ 2 คันหรือเรียกได้ว่าทุกครัวเรือนต้องมีมอเตอร์ไซค์อย่างน้อยบ้านละ 1 คัน แม้ว่าราคารถยนต์ของที่ประเทศนี้จะถูกกว่าบ้านเราค่อนข้างมาก แต่ว่าเนื่องจากพื้นที่ของเกาะที่ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับสัดส่วนอัตราประชากรที่หนาแน่นแล้วนั้น ทำให้ค่าเช่าที่จอดรถยนต์แพงถึงขั้นทำชาวไต้หวันพากันส่ายหัว หลายๆคนถึงขั้นบอกว่า เงินซื้อรถน่ะ ไม่ใช่ปัญหาหรอก แต่ว่าค่าซ่อมบำรุงกับค่าจอดรถนี่ เค้าขอไม่สู้ดีกว่า เลยเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคนที่นี่ถึงนิยมที่จะขี่จักรยานกับมอเตอร์ไซค์มากกว่าการขับรถยนต์ครับ



 สำหรับในมหาวิทยาลัยประเทศนี้จะไม่มีการอนุญาตให้นักศึกษานำรถยนต์และจักรยานยนต์ไปใช้ภายในมหาวิทยาลัย โดยทางมหาวิทยาลัยจะมีการจัดที่จอดรถจักรยานยนต์และรถยนต์ไว้ให้สำหรับนักศึกษา โดยนักศึกษานั้นต้องทำการจ่ายค่าจอดรถ ซึ่งสามารถชำระได้เป็นรายวัน หรือรายเทอมก็ได้ ทำให้ภายในบริเวณมหาวิทยาลัยนั้น นักศึกษาและคณาจารย์นั้น ต้องใช้จักรยานในการเดินทางไปมาระหว่างคณะและอาคารเรียน ซึ่งแวบแรกที่ผมเห็น ผมคิดว่า โอ้วแม่เจ้า นี่มันเป็นสิ่งที่โคตรจะชิคและคูลสุดๆ!!! 

ซึ่งไอ้เราก็เคยเห็นแต่ในซี่รี่ส์หนังโรแมนติกจากโซนเอเชียตะวันออก อย่างเกาหลี ญี่ปุ่น ที่มักจะมีฉากกุ๊งกิ๊งหนุงหนิงที่พระเอกปั่นจักรยานแล้วให้นางเอกซ้อนบ้าง หรือไม่ก็นางเอก ขึ้นยืนคร่อมจักรยานแล้วเกาะหลังพระเอกไปเรียนบ้าง นี่ยังไม่รวมฉากที่พระเอกกับนางเอกพบรักกัน เพราะว่าปั่นจักรยานมาชนกันบ้าง แอร๊ยยยย!!!! พอเราไปเห็น ไอ้เราก็อยากมีโมเม้นท์แบบนี้กับเค้าบ้าง (ขอยกเว้นปั่นจักรยานชน ถ้ารักใครชอบใครแล้วไปพุ่งชนรถเค้าหมด มันดูจะฮาร์ดคอร์เกินไป) ผมจึงต้องดำเนินการหาจักรยานมาปั่นกับเค้าบ้าง 
อ่าาห์ น้องสาวจะไปไหน เด๋วพี่ไปส่งนะครัช

 จากคำเล่าของรุ่นพี่คนไทยที่เรียนกันมา เค้าบอกว่าที่มหาวิทยาลัยนี้ ทุกปี เค้าจะมีการเก็บรวบรวมจักรยานที่ถูก นักศึกษาปล่อยทิ้งไว้ หลังจากที่จบการศึกษาออกไป นำไปเก็บรวมกันไว้ที่ “คอก” จักรยาน ซึ่งเป็น ศูนย์รวมจักรยานที่ถูกทอดทิ้งและไม่มีใครประกาศตัวเป็นเจ้าของ โดยในช่วงเปิดเทอมใหม่ทุกๆเทอม จะมีการเปิด ”คอก” นี้เพื่อให้นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ ได้เข้าไปเลือก จับจอง และประกาศตัวเป็นเจ้าของใหม่ของจักรยานเหล่านี้ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะมีบริการตัดโซ่คล้องของเจ้าของเก่าให้ เพื่อให้เจ้าของใหม่ได้เอาไปดามใจกันถ้วนหน้า  
ภาพบรรยากาศงานแจกจักรยานของมหาวิทยาลัยประจำปีการศึกษา

ด้วยโลจิกส่วนตัวที่คิดว่า คนส่วนใหญ่มาเรียนปริญญาตรีและโท อย่างน้อยๆก็ต้องใช้เวลา 2-4ปี หรืออาจจะมากกว่านั้น น่าจะมีแนวโน้มว่าจะซื้อจักรยานใหม่ใช้กัน เนื่องจากไม่ต้องมานั่งแก้ปัญหาจุกจิกจากจักรยานหลายมือ ผมจึงไปถึงที่คอกจักรยาน ค่อนข้างสาย พอไปถึงก็ได้เจอคัลเจอร์ช็อค เพราะมีคนต่อคิวอยู่เรือนร้อยครับ และแถมต่อคิวรอกันอย่างเป็นระเบียบอีกด้วย พอเวลาเปิดคอกปุ๊บนิ ผมอยากให้ทุกคนนึกถึงอารมณ์เหมือนในหนัง Walking dead ที่นักเรียนทุกคนเข้าไปรื้อทึ้งหาจักรยานที่ตัวเองเล็งไว้ตั้งแต่อยู่ข้างนอกคอกจักรยาน ดุจดังเหล่าซอมบี้ที่กระหายหาเลือด บางคนได้มาสองคันบ้างสามคันบ้าง แล้วแต่ความสามารถและระบบการทำงานแบบทีม บางคนได้จักรยานที่เป็นแรร์ไอเท็มของคอก เช่นเสือหมอบ ฟิกซ์เกียร์ หรือไม่ก็เฟรมยี่ห้อแพงๆต่างๆ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาแห่งการแข่งขันที่ดูแล้วดุเดือดและมันส์มาก เพราะนอกจากต้องใช้ความเร็วแล้ว ความสามารถในการวิเคราะห์จักรยานยังถือว่าจำเป็นเป็นอย่างมาก สำหรับตัวผมซึ่งชอบขี่จักรยานตั้งแต่เด็กๆแล้ว ไม่มีความรู้ในเรื่องของการซ่อมบำรุงเลย บวกกับมาสาย ผลสรุปคือ อดครับ เดินตัวเปล่ากลับหอไปตามระเบียบ
หลังจากวันสงครามจักรยานผ่านมา ผมจึงตัดสินใจได้ว่าควรซื้อจักรยานเป็นของตัวเอง เลยมาทำการบ้านว่ามีจักรยานอะไร ยี่ห้ออะไร ราคาเท่าไหร่ขายกันบ้าง โดยผมจะแบ่งคร่าวๆตามความคิดส่วนตัวดังนี้ครับ
จักรยานจีน
จักรยานประเภทนี้จะราคาค่อนข้างถูกโดยจะตกอยู่ที่ 1500NTD ไปจนถึง 3000NTD ขึ้นไป โดยรูปร่างหน้าตาของมันจะเหมือนจักรยานเสือภูเขาและจักรยานธรรมดาเหมือนที่บ้านเราใช้งานเช่นเดียวกันครับ
ออพชั่นครบ เกียร์พร้อม โช๊คพร้อม (พร้อมเจ๊งได้ทุกเวลา)

จักรยานแม่บ้าน
จักรยานประเภทนี้จะราคาอยู่ระดับปานกลางและมีหลายยี่ห้อตั้งแต่เมดอินไชน่า 2000NTD ไปจนถึงราคาตัวแรงกับแบรนด์สุดดังของไต้หวันอย่าง Giant เลยก็มี ซึ่งจักรยานประเภทนี้น้ำหนักจะเยอะกว่าจักรยานแบบอื่นๆ แต่ลักษณะการนั่งและการใช้งานค่อนข้างจะสะดวกสบายและอเนกประสงค์กว่าทุกแบบ (บางรุ่นมีเบาะสำหรับให้คุณลูกนั่งด้วยนะเอ้อ)
จักรยานสุดยอดแห่งความอเนกประสงค์ ขนได้ตั้งแต่สากเบือยันเรือรบ

จักรยานพับ
จักรยานประเภทนี้ถือว่าเป็นจักรยานที่คุ้มทุนที่สุดสำหรับคนที่ชีพจนลงเท้าหรือมีอันต้องเดินทางบ่อยๆ เพราะจากชื่อของมันซึ่งเอาไว้พับ ไม่ได้เอาไว้ขี่นั่นเอง (เอ๊ยยยยย) มีข้อดีที่น้ำหนักเบา และเวลาเดินทางไปยังที่อื่นๆที่ต้องใช้รถไฟ หรือรถไฟฟ้า จะมีปัญหาที่น้อยกว่าจักรยานประเภทอื่น แต่ก็ทำให้ราคาของมันแอบแรว๊งส์ เช่นเดียวกันครับ ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มกันที่ 2500NTD-3000NTD เป็นต้นไปจ้า
ขนง่าย พับไว พกสะดวก แต่ไม่หล่อเท่าใครเขา


จักรยานหล่อ
แค่ชื่อก็พอจะเดาได้แล้วว่าในที่นี้ผมหมายถึง จักรยานทางเรียบ อย่างเสือหมอบ จักรยานขาลุยอย่างเสือภูเขา และจักรยานขาแนว ฟิกซ์เกียร์ นั่นเองครับ ซึ่งประเทศไต้หวันนั้น มียี่ห้อจักรยานดังระดับโลกที่ใช้ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการหลายรายการ และรู้จักกันดีนั่นคือ ยี่ห้อ Giant และ Merida โดยจักรยานยี่ห้อดังเหล่านี้มีฐานการผลิต อยู่ที่เมือง ไถจง (Taichung) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศไต้หวันและเมืองจางฮว่าซึ่งเป็นฐานการผลิตให้กับจักรยานและจักรยานยนต์ยี่ห้อดังจำนวนมาก โดยราคาของสองยี่ห้อนี้สามารถจับจองเป็นเจ้าของกันได้ ด้วยราคาเริ่มต้นที่5000NTD ไปกันจนถึงระดับเงินแสนเลยทีเดียวครับ สำหรับฟิกซ์เกียร์นั้น มีตั้งแต่ยี่ห้อที่นำเข้ามาจากแผ่นดินใหญ่และผลิตในประเทศ หรือสามารถสั่งผลิตเองก็ได้โดยขึ้นอยู่กับทางร้านโดยมีราคาให้เลือกซื้อตั้งแต่ 3000NTD เป็นต้นไปเช่นเดียวกันครับ
สุดยอดตัวหล่อพันธุ์แรง ราคาก็แรงตามไปด้วย

                ทางรัฐบาลไต้หวันนั้นได้เห็นว่าไหนๆบริษัทในประเทศได้ขึ้นแท่นเป็นเซเลบในเรื่องของจักรยานแล้ว จึงเห็นว่าถ้าประชาชนของตัวเองมีการนำจักรยานมาใช้กันมากขึ้น นอกจากจะลดปัญหาเรื่องมลภาวะ รถติด และ เรื่องสุขภาพของชาวเมืองแล้ว ยังเป็นการโปรโมทประเทศของตัวเองให้เป็นประเทศรักจักรยานและโปรโมทการท่องเที่ยวไปในตัวอีกด้วย ทางรัฐบาลไต้หวันจึงได้ทุ่มงบประมาณหลายล้านเหรียฐดอลล่าร์ไต้หวันในการเนรมิตทางจักรยานขึ้นมาทั่วประเทศ เพื่อรณรงค์ให้ผู้คนหันมาใช้จักรยานในการเดินทางและท่องเที่ยวในวันหยุดกันมากขึ้น ซึ่งหลังจากที่ผมได้ทำการบ้านจากร้านรอบๆมหาวิทยาลัยรวมไปถึงห้างสรรพสินค้า ท้องถิ่น แล้วหันมาดูเงินในกระเป๋าแล้ว ผมจึงทำการสอย จักรยานจีนมา 1 คันถ้วนครับผม เพราะนอกเหนือจากเรื่องราคาแล้ว จักรยานนักศึกษาทุกคันจะต้องไปจอดตากแดดตามลมตากฝน ผมจึงเห็นว่าถ้า กู้หนี้ยืมสินมาซื้อ อีกหน่อยคงได้ขนกองสนิมกลับบ้านแหงๆ 55555

Highlight Summary:
- คนไหนที่จะไปเรียนเมืองเล็กๆที่ระบบขนส่งไม่ได้เอื้ออำนวยนัก หากมีงบน้อยซื้อจักรยานงบมากซื้อมอไซค์
- หลายๆเมืองตอนนี้มีจักรยานสาธารณะ ubike ให้ใช้กันแล้ว อาจจะไม่ต้องซื้อเหมือนเมื่อก่อน
- หลายๆมหาวิทยาลัยใหญ่ๆจะมีวันเปิดคอก bike day สามารถไปไล่ล่าหาจักรยานฟรี แล้วเอาไปซ่อมนิดหน่อยใช้ได้เหมือนกัน ไม่ต้องเสียเงินซื้อ
- ไต้หวันเป็นประเทศที่สนับสนุนทางด้านจักรยานค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับหลายๆประเทศในเอเชีย
ถ้ามีโอกาสแนะนำให้ไปลองปั่น bikeway ของเค้าดู รับรองติดใจ


Credit: ขอขอบคุณข้อมูลและรูปประกอบจาก Google และจากกล้องตัวเองบ้างอะไรบ้าง

ตามไปดูชีวิตไร้สาระประจำวันของคนเขียนได้ที่ Instragram: @puipuiiadventure

Wednesday, April 1, 2015

ตอนที่8 :พูดจีนไม่ได้แล้วจะเอาตัวรอดได้เร๊อะ????




ตอนที่เพื่อนๆพี่ๆน้องๆได้รู้ว่าผมกำลังจะโดนส่งออกไปยังไต้หวัน ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารแล้วนั้น ทุกคนถามกันด้วยความไม่พร้อมเพรียงกันว่า ผมจะเอาตัวรอดยังไงทั้งๆที่ พูด/อ่าน/เขียน จีนไม่ออกเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยความกระแดะอยากโชว์ว่าตัวเองแน่ เลยบอกทุกคนไปว่า มันเป็นเรื่องเล็กๆเดี๋ยวอยู่ไปก็พูดได้เอง อย่างมากก็หาเมีย เอ๊ยยย แฟนเป็นคนไต้หวันเลย จะได้ถือว่ายิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว (ซึ่งส่วนตัวแล้ว ไม่เคยยิงนก แล้วไม่รู้ว่าการยิงใน1ครั้งหรือหลายๆครั้งนั้นจะได้นกกี่ตัว อย่าลองเลยครับ มันบาป)
พอหลังจากได้ซิมการ์ดและ ได้กุญแจเข้าหอด้วยความช่วยเหลือของน้องคนไทยที่มาเรียนในรุ่นเดียวกันแล้ว (ขอบคุณน้องเซ็งมา ณ ที่นี้) สองหน่อชายไทยจึงตัดสินใจไปซื้อ ตัวWifi-Router มาติด เพราะจะได้ทำการกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว หอพักในไต้หวัน และหลายๆโรงแรม จะให้อินเทอร์เน็ตแบบต่อผ่านสาย LAN มาครับ (สงสัยกลัวเน็ตมันรั่ว)




และ ที่หนักที่สุดและสำคัญที่สุดของอินเทอร์เน็ตหอพักในมหาวิทยาลัยนั่นคือ เกือบ 99.99% ของไต้หวันเค้าบล็อคไม่ให้เราโหลดบิตทอร์เรนท์ได้นะครับ บางหอนอกบางหอก็บล็อคไว้เช่นกัน ต้องเช็คเป็นที่ๆไปครับ เหล่าสาวกชาวบิตทั้งหลายก็กอดเข่าร้องไห้กันไปตามระเบียบครับ  หลังจากนั้นก็เริ่มถกกันว่ามันน่าจะมีแอพลิเคชั่นที่ช่วยให้กะเหรี่ยงไทยอย่างเราๆสามารถเอาชีวิตรอดไปวันๆได้บ้างละวะ!!!! มันจึงเป็นที่มาของหัวข้อในวันนี้ครับ


อุปกรณ์กู้ชีพในไต้หวัน
หลายคนอาจจะคิดว่าการมาเที่ยวหรือว่ามาเรียนไต้หวันนั้น ภาษาจีนถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย เปรียบได้กับการต้องพกกระดาษทิชชู่ไปด้วยเวลาไปเข้าค่ายลูกเสือหรือไปเข้าค่ายนักศึกษาวิชาทหาร แต่มันไม่ใช่ในยุคสมัยนี้แล้วครับผม!!! ด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยีในยุคโลกาภิวัศน์ ซึ่งโดราเอมอนสามารถปรากฏตัวขึ้นได้ในทุกวัน หรือชาวดาวไซย่าจะตกลงมาจากฟ้าได้แล้วนั้น ชาวโลกอย่างเราได้พัฒนาสิ่งที่เรียกว่า Application บนมือถือขึ้นมาครับ โดยแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ที่เรียกได้ว่าขาดไม่ได้เลย สำหรับการใช้ชีวิตและท่องเที่ยวในประเทศไต้หวันนี้ มีดังนี้ครับ



1. Google Map

สำหรับสรรพคุณของหลวงพ่อกูเกิ้ลนั้น แทบจะไมต้องมีคำบรรยายใดๆแล้วครับ เพราะนอกจากจะช่วยให้เราสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปในประเทศต่างๆได้อย่างค่อนข้างแม่นยำกว่า 80% แล้วนั้น การใช้ Google map ในไต้หวันยังสามารถใช้ดูตารางรถเมล์อีกด้วย ว่าเราสามารถขึ้นรถเมล์สายในเพื่อไปยังสถานที่ปลายทางที่เราต้องการจะไป แนะนำว่าให้ปรับคีย์บอร์ดในมือถือเราให้วาดตัวอักษรจีนได้ จะช่วยให้ความแม่นยำเพิ่มขึ้นอีก 10% ครับ เพราะว่าสถานที่ส่วนใหญ่ของไต้หวันยังคงใช้ภาษาจีนล้วนๆอยู่

2. Google Translate

หลวงพ่อกูเกิ้ลตัวที่สองนี้ สามารถช่วยในการแปลตัวอักษรชื่อร้านรวมไปถึงเมนูอาหารของร้านได้อย่างคร่าวๆครับ รวมไปถึงการค้นหาศัพท์ในการสนทนาแบบไม่ซับซ้อนมาก ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถ “แถ” และเอาตัวรอดไปได้บ้าง ในกรณีที่เราหลงทางหรือต้องการที่จะต่อรองราคา รวมไปถึง การสื่อสารกับคนท้องถิ่นแบบเบื้องต้นครับ
*อัพเดต* 02/08/2016 ล่าสุดตอนนี้สามารถโหลดฟังก์ชั่นภาษาจีนมาเก็บไว้ในเครื่องได้แล้วนะครับรวมไปถึงฟังก์ชั่นกล้องเทพที่สามารถส่องแล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษ/ภาษาไทยก็ถูกเพิ่มเข้าไปแล้ว เมพขิงๆ (แต่ก็แปลงูๆปลาๆอยู่ยังไม่ได้กระเทียมเจียวขนาดนั้น)

3. Pleco

สำหรับแอพตัวนี้นั้น ถือว่าเป็นแอพคู่บุญตลอดระยะเวลาที่ผมใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เลยก็เป็นได้ เพราะนอกจากจะช่วยในการแปลภาษาแล้ว คำศัพท์ที่ตัวแอพลิเคชั่นนี้แนะนำมา ถือว่าเป็นคำที่เค้าใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยการแสดงผลนั้นจะแสดงทั้งแบบตัวย่อและตัวเต็ม รวมไปถึงการยกตัวอย่างวิธีการใช้คำนั้นๆได้อีกด้วย ซึ่งตัวแอพเองมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ สามารถใช้งานได้แม้ในขณะที่ไม่มีการต่อกับอินเทอร์เน็ต อีกทั้งถ้ามีการซื้อ Add-on มันยังสามารถโชว์พาวด้วยการอ่านตัวหนังสือให้เราอีกต่างหาก โดยมันจะทำการเดาตัวอักษรผ่านกล้องมือถือเราและทำการแปลความหมายออกมาให้ (แม๊ะ!!! เมพขิงๆ) 

ซึ่งนอกจากสามแอพที่กล่าวมาเบื้องต้นนี้แล้ว ยังมีแอพลิเคชั่นช่วยเหลืออื่นๆที่เราสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้อีกแล้วแต่จิตศรัทธาและความไฟว์ของแต่ละคนครับ 





Taipei Metro

สำหรับคนที่มีเวลาน้อยในการเตรียมตัววางแผนการเดินทาง แอพพลิเคชั่นนี้จะช่วยคำนวนค่าใช้จ่ายในการเดินทางระหว่างสถานีให้เรา ทำให้เราสามารถกะค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วย MRT ในเมืองไทเปได้อย่างรวดเร็วครับ (บ้านเราน่าจะมีแอพอย่างงี้บ้างนะ จะได้ไม่ต้องมากะค่าเดินทาง แลกเหรียญกันหน้าตู้ขายบัตร 5555)





Smart tourism

สำหรับแอพลิเคชั่นนี้ เหมาะสำหรับขาหาของกินชอบของอร่อย ชิมช้อปชิมช้อป ทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะมีการบอกตำแหน่งและพิกัดของร้านน่านั่งในโซนต่างๆที่เราเดินทางในไต้หวัน รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในระยะที่เราสามารถเดินทางไปถึง อีกทั้งยังบอกสภาพอากาศ ณ สถานที่นั้นอีกด้วย สุดล้ำไปกว่านั้นคือ อีแอพตัวนี้บางทีจะบอกถึงส่วนลดและโปรโมชั่นของร้านนั้นๆ ในช่วงนั้นอีกด้วย ป๊าดดด อะไรจะเมพขนาดน๊านนนน



Tour Taiwan

แอพลิเคชั่นตัวนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดย การท่องเที่ยวของประเทศไต้หวันเอง ซึ่งจะคล้ายๆกับแอพอันก่อนหน้านี้ เพียงแต่ว่าอันนี้จะเน้นไปทางสถานที่ท่องเที่ยวเป็นหลัก และจุดให้บริการนักท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้ๆสถานที่นั้นๆ โดยสามารถใช้ได้เฉพาะเวลาอยู่ไต้หวันเท่านั้น แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเค้าให้ความสำคัญเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศ และใส่ใจกับนักท่องเที่ยวอย่างเราๆชริงๆ




Daily sentence in Taiwan
แอพนี้ถือว่าเป็นแอพพลิเคชั่นช่วยชีวิตอีกแอพนึง ถัดจาก Pleco ซึ่งจะรวบรวมคำศัพท์ที่เค้าใช้งานจริงในประเทศ โดยแบ่งแยกเอาไว้เป็นหมวด ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถนำมาใช้ในแต่ละสถานการณ์ได้สะดวกยิ่งขึ้น และที่สำคัญ แอพยังใช้ตัวอักษรตัวเต็มด้วย ซึ่งสามารถใช้เรียนภาษาจีนตัวเต็มได้อีกทางหนึ่ง ล่าสุดเห็นเค้าว่ามีบทเรียนให้เค้าไปฝึกด้วยแหน่ะ
โดยนอกจากนี้แล้ว ก่อนเดินทางผมจะจดรายชื่อสถานที่ต่างๆที่ต้องการจะไปเป็นแบบทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจีนแบบพินอิน และตัวเต็มไว้ เผื่อหลง จะได้งัดขึ้นมาเป็นไม้ตายในการถามทางจากคนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นครับ เค้าจะได้รู้ว่าจะต้องนำทางกะเหรี่ยงไทยแบบไหนให้มันไปถึงที่หมายโดยปลอดภัย และแนะนำว่าควรจะเลือกใช้ฉบับที่มีการอ่านคำแบบ พินอิน และถ้ามีการใช้ตัวอักษรจีนแบบตัวเต็มด้วยจะทำให้ชีวิตของคุณปลอดภัยยิ่งกว่าใช้ยางมิชชลินก็มิปานครับ
 

โดยนอกจากนี้แล้ว ก่อนเดินทางผมยังจดรายชื่อสถานที่ต่างๆที่ต้องการจะไปเป็นแบบทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจีนแบบพินอิน และตัวเต็มไว้ เผื่อหลง จะได้งัดขึ้นมาเป็นไม้ตายในการถามทางจากคนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นครับ เค้าจะได้รู้ว่าจะต้องนำทางกะเหรี่ยงไทยแบบไหนให้มันไปถึงที่หมายโดยปลอดภัยครับ

ไฟล์รูปภาพและสำเนาเอกสารสำคัญ
สิ่งนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้เลย บางทีกำลังจะเซลฟี่ตรงทางเดินไหล่เขาบนอาหลี่ซาน แล้วดันลื่นล้มแถวนั้น พาสปอร์ตตกลงเหวไป หรือกำลังเข้าห้องน้ำแล้วดันกดชักโครกพาสปอร์ตลงไปด้วย สิ่งที่สามารถช่วยเหลือเราได้นั้นคือ สำเนาพาสปอร์ตและเอกสารสำคัญที่เรานำติดตัวมาด้วยครับ สำหรับคนที่เที่ยวอยู่ในบริเวณเมืองไทเปหรือทางตอนเหนือนั้น ถือว่าดวงของท่านยังไม่ถือว่า ชงหนักครับ คือเป็นชงรอง แบบที่ว่ายังหาทางแก้ไขได้อยู่ เพราะว่าที่เมืองไทเปเรามีสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าไทยประจำไทเปอยู่ (ที่อยู่ตามข้างล่างเลยจ้า) ซึ่งจะคอยช่วยเหลือคนไทยที่อาศัยอยู่ในไต้หวันในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น แจ้งเกิด ทำบัตรปชช บัตรหาย บุพการีเสียชีวิต หรือว่าถูกหวยกิน ก็สามารถเข้าไปเพื่อขอรับคำปรึกษาและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่คนไทยในสถานฑูตได้ (จะปรึกษาปัญหาหัวใจก็ได้ครับ-เค้าบอกมา เอ่า ฮิ้วววววว) สำหรับคนที่ทำเอกสารตัวนี้หายตอนช่วงที่เที่ยวอยู่บริเวณอื่นๆของไต้หวัน ท่านถือว่าเข้าขั้นชงหนักได้ที่แล้วครับ



 โดยสิ่งแรกที่ต้องทำคือต้องไปแจ้งที่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด หรือว่าบูทประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในท้องถิ่น เพื่อที่เขาจะได้ช่วยประสานงานในการหาเอกสารของเรา (ในกรณีที่เราทำหายแถวๆนั้นและเป็นไปได้ที่จะหาเจอครับ) เพราะว่าในไต้หวัน การทำของหายแล้วได้คืนนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ปกติมาก โดยคนส่วนใหญ่ที่นี่จะถูกปลูกฝังว่า ถ้าพบเอกสารของคนอื่น จะทำการนำส่งป้อมตำรวจหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่เจ้าของจะได้รับเอกสารนั้นๆคืนได้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่ทำการแจ้งป้อมตำรวจแล้วหรือว่าติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นแล้ว ยังไม่มีทีท่าว่าจะหาเจอ ขั้นตอนต่อไปที่เราจะต้องทำคือ ติดต่อหน่วยงานสถานฑูตครับ โดยโทรไปแจ้งเรื่องและสอบถามขอความช่วยเหลืออันดับต่อไปจากทางสถานฑูตเลยครับ

หนังสือหัดพูดจีนแบบเป็นเร็ว ใช้ได้จริง
เปล่าครับเปล่า ผมไม่ได้มาโฆษณาขายหนังสือหัดเรียน หรือว่าพูดจีน หรือว่าภาษาจีนสำหรับนักท่องเที่ยวในมุมนี้เลย ไม่ชริ๊งงไม่ชริงงงง!!!! เพียงแต่ต้องการจะบอกว่าการมีอีหนังสือพวกนี้พกติดกระเป๋าไว้ระหว่างเดินทางนั้น จะสร้างความอุ่นใจในการเที่ยวไต้หวันได้ราวกับห้อยพระรอด พระขุนแผน ได้ก็มิปาน เพราะว่าถ้าหากถึงคราวซวยที่มือถือเจ้ากรรมดัน ทำงานไม่ได้ หาศัพท์ไม่เจอ หรือว่าแบตฯดันมาหมดระหว่างทาง อีหนังสือพวกนี้แหล่ะจะเป็นใบเบิกทางของเราไปสู่มอร์ดอร์เองนั้นแล โดยขอแนะนำว่าควรจะเลือกใช้ฉบับที่มีการอ่านคำแบบ พินอิน และยิ่งถ้ามีการใช้ตัวอักษรจีนแบบตัวเต็มประกอบไปด้วยจะทำให้ชีวิตของคุณปลอดภัยยิ่งกว่าใช้ยางมิชลินก็มิปานครับ


Highlight Summary:
- ถึงไต้หวันครั้งแรก หาซิมได้ที่ไหนหาเลยฮะ ยิ่งอยู่ยาวมือถือเก่า ซื้อใหม่พ่วงแพ็กเกจไปเลย เชื่อเถอะ คุ้ม!
- แอปหลายๆอย่างสมัยนี้สามารถช่วยชีวิตเราได้แน่นอน Google package (Maps, translate) จำเป็น
ล่าสุด Google translate สามารถดาวน์โหลดศัพท์มาเก็บไว้ในเครื่องใช้ออฟไลน์ได้แล้ว พร้อมฟังก์ชั่นเอากล้องไปส่องแล้วแปลก็มีแล้วเหมือนกัน
- Pleco คือพจนานุกรมชั้นอ๋อง ช่วยให้ชีวิตรอดปลอดภัยมานับต่อนับแล้ว
- ใครอยู่ไทเป ไถจง เกาสง หรือว่าเมืองไหนที่มีระบบขนส่งมวลชนใหญ่ๆ จะมีแอปเกี่ยวกับเส้นทางเดินรถ รถไฟฟ้าอยู่ โหลดมาโลด
- บางทีเน็ตหมด พกหนังสือสอนพูดจีนไว้เอาไว้หัดพูดง่ายๆก็ไม่เสียหาย


Credit: ขอขอบคุณข้อมูลและรูปประกอบจาก Google

ตามไปดูชีวิตไร้สาระประจำวันของคนเขียนได้ที่ Instragram: @puipuiiadventure